9 มิถุนายน 2017... วันที่ฮอลลีวูดพยายามจะปลุกชีพ "ไอคอนยุค 90s" ให้กลับมาผงาดในฐานะจุดเริ่มต้นของจักรวาลภาพยนตร์สุดยิ่งใหญ่! 🎬💥
ถ้าหากย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อปี 2017 แฟนภาพยนตร์ทั่วโลกต่างจับตามองการมาถึงของ "The Mummy" เวอร์ชันรีบูต เพราะนี่ไม่ใช่แค่หนังแอ็กชันระทึกขวัญธรรมดา แต่มันถูกวางหมากให้เป็น "จุดเริ่มต้น" ของ Dark Universe จักรวาลสัตว์ประหลาดสุดคลาสสิกของ Universal Pictures ที่ตั้งใจจะมาชนกับ Marvel และ DC ในเวลานั้น
แต่แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ฉบับ "ทอม ครูซ" เรื่องนี้ ? วันนี้เราจะพาทุกคนดำดิ่งลงไปสู่สุสานโบราณเพื่อย้อนรอยกันครับ!
📖 เรื่องราวของการปลุกชีพคำสาปพันปี
ในภาคนี้ หนังเปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลทรายยุคเก่ามาสู่โลกยุคปัจจุบัน เรื่องราวของ นิค มอร์ตัน (รับบทโดย ทอม ครูซ) ทหารพรานและนักล่าสมบัติที่บังเอิญไปขุดพบสุสานโบราณที่ถูกฝังไว้ใต้ดินอย่างเป็นปริศนา โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาได้ปลดปล่อย เจ้าหญิงอามาเนต (รับบทโดย โซเฟีย บูเทลลา) มัมมี่สาวผู้เปี่ยมด้วยความแค้นและพลังไสยเวทดำที่หมายจะใช้ร่างของนิคเป็นภาชนะในการอัญเชิญเทพแห่งความตายมาครองโลก
🌟 ความนิยมและตัวละครเด่นที่แย่งซีน
แม้กระแสวิจารณ์จะก้ำกึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ "ความเท่และเสน่ห์ของนักแสดง" * ทอม ครูซ (Tom Cruise) ยังคงมาตรฐานเจ้าพ่อแอ็กชัน วิ่งสู้ฟัดเสี่ยงตายด้วยตัวเองตามสไตล์เลยแอบจะดูไม่ค่อยต่างจาก IM ซักเท่าไหร่
โซเฟีย บูเทลลา (Sofia Boutella): ในบท "เจ้าหญิงอามาเนต" คือไฮไลต์สำคัญของเรื่อง รูปลักษณ์ที่มีตาดำซ้อนกัน 2 ดวง (สัญลักษณ์ของความชั่วร้าย) และท่าทางการเคลื่อนไหวที่ดูลึกลับ น่ากลัว แต่ก็แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ ทำให้เธอกลายเป็นมัมมี่ที่น่าจดจำที่สุดคนหนึ่ง
รัสเซล โครว์ (Russell Crowe): ในบท "ดร.เฮนรี เจคิล" (และมิสเตอร์ไฮด์) ตัวละครสำคัญที่จะคอยเชื่อมโยงสัตว์ประหลาดตัวอื่น ๆ เข้าด้วยกัน
💡 เกร็ดความรู้ชวนทึ่งหลังกองถ่าย
ฉากเครื่องบินตกในสภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-G) ทอม ครูซ ยืนกรานที่จะถ่ายทำในเครื่องบินที่บินดิ่งจริง ๆ เพื่อให้ได้สภาวะไร้น้ำหนักของจริง แทนการใช้ Blue Screen ทีมงานและนักแสดงต้องบินขึ้นลงกว่า 64 รอบ และมีหลายคนในกองถ่ายที่ทนไม่ไหวจนอ้วกพุ่งไปตาม ๆ กัน!
การแต่งหน้าสุดโหด: โซเฟีย บูเทลลา ต้องใช้เวลาแต่งหน้าและเพ้นท์อักขระโบราณตามตัวนานถึง 6 ชั่วโมงในแต่ละวันก่อนเข้าฉาก
📉 มาพูดถึงผลตอบรับ... เมื่อจักรวาลต้องหยุดชะงัก
ด้านรายได้ หนังทำเงินทั่วโลกไปกว่า 409 ล้านดอลลาร์ ซึ่งดูเหมือนเยอะ แต่มันยังไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับทุนสร้างและงบการตลาดอันมหาศาล ประกอบกับคำวิจารณ์จากทั้งนักวิจารณ์และแฟนเดนตายของเวอร์ชันปี 1999 ที่ค่อนข้างก้ำกึ่ง ส่งผลให้ Universal Pictures ตัดสินใจพับโปรเจกต์ Dark Universe ที่แพลนจะสร้างเรื่อง Frankenstein, Dracula และ Invisible Man ในเวอร์ชันต่อ ๆ ไปลงอย่างน่าเสียดาย
ถึงแม้เวลาผ่านไปหลายปี... พอมานั่งดูย้อนหลังในวันนี้ หลายคนกลับรู้สึกว่า "The Mummy 2017" เป็นหนังป็อปคอร์นที่ดูสนุก แอ็กชันมันส์ และมีไอเดียภาพรวมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวแต่มันอาจจะไม่เหมือนที่หลาย ๆ คนคาดหวังไว้ , แต่ส่วนตัวผมก็แอบดูสนุกนะครับ 😆
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ ? จำความรู้สึกตอนดูเรื่องนี้ในโรงภาพยนตร์ได้ไหมครับ ? ชอบความหลอนของมัมมี่สาว หรือชอบความระห่ำของทอม ครูซ มากกว่ากันครับ ? คอมเมนต์มาคุยกันหน่อยครับ! 👇👇
.png)







