27 ปีที่แล้ว... เกม RPG ที่ภาพสวยเหมือนภาพวาด แต่ 'ยากจนตับพัง' เกมนี้ เปลี่ยนชีวิตคุณไปแค่ไหน ?

 


1 เมษายน 1999... วันที่โลกได้รู้จักกับ "ตำนานบทกวีบนผืนผ้าใบ" 🎨⚔️

หากพูดถึงเครื่อง PlayStation 1 หลายคนอาจนึกถึงกราฟิก 3D เหลี่ยมๆ ที่เป็นเทรนด์ในยุคนั้น แต่ Square (ในสมัยนั้น) กลับสวนกระแสด้วยการส่ง SaGa Frontier 2 ออกมาวางจำหน่ายเป็นครั้งแรก และมันได้กลายเป็นหนึ่งในเกม RPG ที่มีงานภาพสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของเกมไปเลยครับ


📖 โดยเรื่องราวของโชคชะตาที่ขนานกัน : Gustave & Wil
หัวใจหลักที่ทำให้เกมนี้ตราตรึงใจ คือการเล่าเรื่องผ่านประวัติศาสตร์ยาวนานนับร้อยปี โดยแบ่งเป็น 2 เส้นเรื่องหลักที่ให้อารมณ์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง :

Gustave XIII: เจ้าชายที่เกิดมาไร้พลังเวทย์ (Quells) จนถูกเนรเทศ แต่เขากลับใช้ "เหล็ก" และความมุ่งมั่นท้าทายโชคชะตาจนกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเนื้อเรื่องการเมืองและการสงครามที่เข้มข้น

Wil Knights: นักขุดค้นโบราณสถาน (Tycoon) ที่ออกเดินทางตามหาความลับของไข่ปริศนา (The Egg) ที่พรากครอบครัวของเขาไป เป็นการผจญภัยแบบแฟนตาซีดั้งเดิมที่สืบทอดกันรุ่นสู่รุ่น

และความเจ๋งก็คือเราจะเห็นตัวละครเติบโต แก่ตัวลง และส่งไม้ต่อให้ทายาท เป็นมหากาพย์ที่หาได้ยากในเกมยุคนั้น!



📈 ยอดขายและความนิยม : ความงามที่มาพร้อมความท้าทาย
ในด้านความสำเร็จ SaGa Frontier 2 ทำยอดขายในญี่ปุ่นไปได้กว่า 7 แสนชุด และได้รับคำชมอย่างล้นหลามในเรื่องงานศิลป์แบบ "Watercolor" (สีน้ำ) และดนตรีประกอบสุดละเมียดละไมโดย Masashi Hamauzu

แต่สิ่งที่แฟนเกมจดจำไม่ลืมก็คือ "ความโหด" ของระบบการเล่น ทั้งระบบ Duel Battle ที่ต้องกดท่าคอมโบเอง และบอสใหญ่ในตำนานที่ทำเอาผู้เล่นหลายคน "ติดแหง็ก" จนต้องเล่นใหม่ตั้งแต่ต้น! แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้คนรักซีรีส์ SaGa



📣 เพื่อน ๆ มีใครคิดถึงกันมั๊ยครับ ? ร่วมย้อนรอยความทรงจำ
ผ่านมา 27 ปีแล้ว (นับจากปี 1999) เพื่อน ๆ ยังจำความรู้สึกตอนเห็นภาพสีน้ำครั้งแรกได้รึเปล่า ? หรือจำความหัวร้อนตอนสู้กับบอสตัวสุดท้ายได้รึเปล่าครับ ?


แล้วใครที่มีแผ่นเกมนี้เก็บไว้ หรือเคยเล่นจนจบมาคอมเมนต์อวดภาพ หรือแชร์โมเมนต์ประทับใจกันหน่อยครับ ! และเพื่อน ๆ คนไหนอยากรำลึกถึงเกมนี้หรือคิดถึงก็หยิบภาค SaGa Frontier 2 Remastered มาเล่นกันได้เลยครับ
ใหม่กว่า เก่ากว่า