ย้อนกลับไปเมื่อ 32 ปีที่แล้ว ในยุคที่เครื่อง Super Famicom กำลังรุ่งเรืองถึงขีดสุด Square (ในตอนนั้น) ได้วางจำหน่ายเกมที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของคำว่า "Masterpiece" นั่นคือ Final Fantasy VI เกมที่ไม่ได้มีดีแค่ภาพกราฟิกแบบ Dot Pixel ที่ละเอียดที่สุด แต่คือเกมที่มี "จิตวิญญาณ" สูงที่สุดภาคหนึ่งเท่าที่เคยสร้างมา
✨ มหากาพย์แห่งความหวัง ในโลกที่ล่มสลาย FFVI ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ของ RPG ในยุคนั้นด้วยการ "ไม่มีพระเอกหรือนางเอกเพียงคนเดียว" แต่เล่าเรื่องราวผ่านตัวละครที่มีปูมหลังอันหนักแน่นถึง 14 คน ตั้งแต่ Terra สาวน้อยผู้มีพลังเวทมนตร์ลึกลับ, Locke นักล่าสมบัติผู้มีแผลในใจ ไปจนถึง Celes อดีตนายพลผู้โดดเดี่ยว
เหนือสิ่งอื่นใด คือการเปิดตัว Kefka Palazzo ตัวร้ายที่แสบสันและบ้าคลั่งที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาไม่ใช่แค่ตัวร้ายที่อยากครองโลก แต่เขาคือตัวร้ายที่ "ทำสำเร็จ" จนโลกต้องแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ (World of Ruin) บีบให้ผู้เล่นต้องรวบรวมเศษเสี้ยวความหวังกลับมาสู้ใหม่อีกครั้งท่ามกลางความสิ้นหวัง
The place to be Centara Hotels & Resorts
📈 ยอดขายและความนิยมระดับปรากฏการณ์ ในยุคนั้น FFVI ทำยอดขายถล่มทลายไปกว่า 2.55 ล้านชุดในญี่ปุ่น ภายในเวลาอันรวดเร็ว และมียอดขายรวมทั่วโลกกว่า 3.48 ล้านชุด (นับเฉพาะเวอร์ชันดั้งเดิม)
สิ่งที่ทำให้เกมนี้ขึ้นหิ้งคือดนตรีประกอบจากฝีมือของปรมาจารย์ Nobuo Uematsu โดยเฉพาะเพลง "Dancing Mad" และฉาก "Opera House" ที่ยังคงถูกนำมาบรรเลงในคอนเสิร์ตระดับโลกจนถึงทุกวันนี้ สื่อเกมยักษ์ใหญ่อย่าง IGN และคอเกมทั่วโลกต่างยกย่องให้ภาคนี้เป็น "Final Fantasy ที่ดีที่สุดตลอดกาล" ตีคู่มากับภาค 7 เลยทีเดียว
💬 แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ ... จำความรู้สึกตอนเห็นโลกล่มสลายครั้งแรกได้ไหม? วันนี้คือวันครบรอบ 32 ปีของตำนานบทนี้ ไม่ว่าคุณจะเคยเล่นเวอร์ชันตลับ SFC, PlayStation หรือล่าสุดอย่าง Pixel Remaster ลองกลับไปเปิดฟังเพลง Terra's Theme อีกสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าทำไม FFVI ถึงยังอยู่ในใจเราเสมอมา
คอมเมนต์แชร์ "ความทรงจำ" หรือ "ตัวละครโปรด" ของคุณให้เรารู้หน่อย! ใครเคยจบเกมนี้ด้วยเลเวลเท่าไหร่กันบ้าง ? 👇
ผมเห็นว่ามีฉากจบหลายแบบเลยใช่มั๊ยครับ
(พร้อมส่ง) SWITCH-2: FINAL FANTASY VII - REMAKE INTERGRADE (R3/ASIA) (GAME KEYCARD)




