29 มิถุนายน... ครบรอบ 20 ปีของเกม 'Atelier' ภาคที่สายลุยยุค PS2 รักมากที่สุด!

 


ถ้าพูดถึงซีรีส์ "Atelier" หรือที่บ้านเราเรียกกันติดปากว่า "เกมสาวปรุงยา" ภาพในหัวของทุกคนตอนนี้คงเป็นน้องไรซาต้นขาเด้งดึ๋ง หรือไม่ก็ภาพสาวน้อยน่ารักต้มยาอยู่ในกระท่อมใช่มั๊ยครับ ?



แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปในวันนี้เมื่อปี 2006 (ใช่แล้วครับ... ผ่านมา 20 ปีเต็มแล้ว !) บนเครื่อง PlayStation 2 มีเกมภาคหนึ่งที่ชื่อว่า "イリスのアトリエ グランファンタズム" (Iris no Atelier: Grand Phantasm) วางจำหน่ายเป็นครั้งแรก และมันคือภาคที่เปลี่ยนนิยามของเกมซีรีส์นี้ไปเลยละครับ จนสายหวด JRPG ยุคนั้นต้องยอมสยบ!



จากนักปรุงยา สู่ "Raider" นักล่าสมบัติสุดขอบฟ้า
เรื่องราวในภาค Grand Phantasm (หรือ Iris 3) จะพาเราดิ่งลึกไปยังเมือง Alterweld เมืองที่เต็มไปด้วยรอยแยกมิติ โดยเปลี่ยนธีมจากการเป็นนักปรุงยาธรรมดาๆ ให้กลายเป็น "Raider" หรือกลุ่มนักผจญภัยรับจ้างสารพัดประโยชน์



ตัวเอกของเราอย่าง Edge Vanhite และ Iris Fortner ต้องออกเดินทางทำภารกิจเพื่อรวบรวม "Fragments" ของหนังสือมนตราโบราณที่ลือกันว่าสามารถทำให้ความปรารถนาทุกประการเป็นจริงได้ เนื้อเรื่องภาคนี้มีความเป็นอนิเมะแฟนตาซีสูตรสำเร็จที่เข้มข้น ดราม่า และน่าติดตามกว่าภาคไหนๆ ในยุคนั้นเลยล่ะครับ


ภาคที่ระบบสู้ "มันส์หยด" ที่สุด และตัวละครที่ติดตาและมีเอกลักษณ์
สิ่งที่ทำให้แฟนเกมยุค PS2 หลงรักภาคนี้จนโงหัวไม่ขึ้น คือการปรับระบบต่อสู้และการดำเนินเรื่อง :
ระบบเวลาเควสต์ (Quest Time) : ภาคนี้จำกัดเวลาการเดินเล่นในดันเจี้ยนด้วยขีดพลังงาน ทำให้เราต้องวางแผนการเดิน การสู้ และการเก็บของอย่างคุ้มค่า ตื่นเต้นทุกวินาที!
Active Cost Card Battle : ระบบเทิร์นเบสที่โคตรไว ยิ่งคอมโบดียิ่งได้กดรัวๆ สะใจสายบวก
Nell Ellis : สาวรุ่นพี่สุดคูลอาวุธดาบใหญ่ ที่มาเติมเต็มปาร์ตี้สามทหารเสือได้อย่างลงตัว เคมีระหว่าง เอ็ดจ์, ไอริส และเนล คือจุดเด่นที่ทำให้เนื้อเรื่องสนุกมาก



จุดเปลี่ยนสำคัญของ Gust
📌 รู้หรือไม่? เกมนี้คือภาคสุดท้ายของไตรภาค "Iris" และเป็นภาคสุดท้ายที่ทีมพัฒนา Gust เลือกใช้กราฟิกแบบ 2D Sprite (Pixel Art) ที่สวยงามและลื่นไหลที่สุดบน PS2 ก่อนที่ภาคหลังจากนี้ (เช่นซีรีส์ Mana Khemia และ Ar tonelico) จะเริ่มขยับขยายไปสู่มิติที่หลากหลายขึ้น ใครที่ชอบงานภาพคลาสสิกละมุนตา ภาคนี้คือจุดสูงสุดของยุคนั้นแล้วครับ


ผลตอบรับ
ในตอนที่วางจำหน่าย ผลตอบรับของภาคนี้เรียกได้ว่ามีทั้งบวกและลบ แฟนเก่ายุคคลาสสิกบางส่วนอาจจะบ่นว่า "เฮ้ย! นี่มันเกมต้มยาหรือเกมตะลุยดันเจี้ยนกันแน่?" เพราะตัวเกมลดความสำคัญของการผสมไอเทมลงไปพอสมควร


แต่สำหรับฝั่งเกมเมอร์สาย JRPG ทั่วไป เกมนี้กลับได้รับคำชมอย่างล้นหลามในแง่ของระบบการเล่นที่เข้าถึงง่าย เพลงประกอบ (OST) ที่อลังการตามมาตรฐาน Gust และความสนุกในการลงดันเจี้ยน จนถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกม RPG น้ำดีที่ใครมีเครื่อง PS2 ต้องมีติดบ้าน
แล้วเพื่อน ๆ ล่ะครับ... มีความทรงจำอะไรกับภาคนี้บ้างครับ ?


เวลาผ่านไป 20 ปี ซีรีส์ Atelier เติบโตขึ้นมาก จากเกมนอกสายตา สู่เกมระดับแมสที่มีภาคต่อออกมามากมายอย่างซีรีส์ Ryza หรือภาคล่าสุดในปัจจุบัน ทิศทางของเกมอาจจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ความทรงจำในบ่ายวันหยุดที่เรานั่งจ้องหน้าจอทีวีตู้เหลี่ยมๆ เพื่อพาเอ็ดจ์และไอริสไปเปิดกล่องสมบัติในรอยแยกมิติ... มันยังคงแจ่มชัดเสมอ


ไหนใครเคยเล่นภาคนี้บ้าง? หรือใครชอบภาคไหนมากที่สุดในซีรีส์สาวปรุงยา ? มาคอมเมนต์แชร์ความทรงจำและคุยกันหน่อยนะครับผม ! 👇 


ใหม่กว่า เก่ากว่า